Cover Image In front of Ryokan

พาไปนอน เรียวกัง ที่เกียวโต

ที่ Momijiya Bekkan Kawa no Iori

วันนี้ Bangkok Minority จะพาไปเปิดประสบการณ์แบบใหม่ที่เกียวโต โดยเราได้มาเที่ยวแถบคันไซของญี่ปุ่นประมาณอาทิตย์กว่าๆ หลักๆก็แน่นอน ไปโอซาก้า เกียวโต โกเบ นอนในเมืองเที่ยวในเมืองปกติทั่วไป แต่ตอนไปอยู่เกียวโต เราขึ้นไปนอนโรงเตี๊ยมหรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า เรียวกัง กันทั้งหมดหนึ่งคืน

Fall View in the Ryokan area

วิธีการจอง เราก็จองกับทางเว็บจองที่พักชั้นนำในประเทศเราเนี่ยแหละ เดี๋ยวนี้มีหลายที่ให้เลือก จากที่แต่ก่อนมีน้อยถึงน้อยมาก หลายๆที่ดำเนินกิจการมาเป็นร้อยๆปี ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เช่น เกียวโต เนี่ยแหละ โดยเรียวกังที่เราไปพักกันชื่อ Momijiya Bekkan Kawa no Lori เป็นเรียวกังที่อยู่บนเขา Takao ริมแม่น้ำ Kiyotaki ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองเกียวโตครับ

การเดินทาง

ทางเรียวกังมีรถมารับจากทั้งรถไฟ Subway และ JR ใกล้ๆเลยครับ โดยเราก็นัดเวลากับทางเรียวกังผ่านเว็บจองที่พักเนี่ยแหละ โดยเนื่องจากเรามี JR West Wide Pass เลยเลือกที่จะไปลง JR จะประหยัดกว่า โดยไปเจอที่ JR Hanazono Station มีให้เลือกสามเวลา (15:10, 16:10, 17:10) ทางเรียวกังก็แจ้งมาว่าสถานีมีทางออกเดียว เราสามารถรอด้านหน้าได้เลย (แล้วเราก็ไปแบบดุ่มๆเนี่ยแหละ นัดกับเค้าไว้ 15:10 เค้าต้องมาแหละๆ) ด้านหน้ามีร้านสะดวกซื้อ และ ม้าหินให้เรานั่งรอ เหมือนเตรียมไว้ให้พวกเราจริงๆ เพราะตอนที่เราไปไม่มีใครเลย นั่งไปสักพักมีเด็กนักเรียนโผล่มากลุ่มสองกลุ่ม วิ่งขึ้นรถไฟไป นอกนั้นก็มีแต่เรา พนักงานสถานีJR พนักงานร้านสะดวกซื้อ…..

ระหว่างนั้นก็มีรถตู้ รถแวนมาจอดๆอยู่หน้าสถานีบ้าง เราก็มีการเดินไปดูๆนิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่ารถมีหน้าตายังไง หรือคันใหญ่ขนาดไหน คือไม่รู้อะไรเลย รอด้วยความเชื่อมั่นในความตรงต่อเวลาและการบริการแบบญี่ปุ่นล้วนๆ!! และแล้วรถก็มา!!! เป๋็น Mini Bus Mitsubishi Rosa หน้าตาและขนาดคล้ายๆ Toyota Coaster ที่พึ่งเข้าไทย ติดชื่อหราเลย Momijiya ไม่มีทางพลาดชัวร์ๆ ถ้าพลาดคือแบบไปไม่ทันเอง เราก็ขึ้นรถจ้า มีเพื่อนร่วมทางพอสมควรรออยู่ก่อนแล้ว ทั้งฝรั่งและญี่ปุ่น เหมือนรถไปรับที่ Subway ก่อนแล้วมารับ JR (แต่ขาลงมาจากเรียวกังJR ลงก่อนนะ) นั่งรถแปปๆก็อยู่บนเขาแล้วจ้า คือสถานีก็อยู่แบบเกือบๆตีนเขาแล้วอ่ะ ขึ้นเขามีวิวให้ชมนิดหน่อย เรียวกัง Momijiya มีสองที่ อยู่ใกล้ๆกัน พอถึงที่ๆเราจองไว้เค้าจะบอกเราเอง ไม่ต้องกลัวหลง

Shuttle Bus from Momijiya Bekkan Kawa no Iori
รถ Shuttle Bus ของทางเรียวกัง

พอมาถึง เราก็แทบจะเดินตัวเปล่าๆ ตามเจ้าหน้าที่ไปเลย เค้าจะพาเราไปที่ห้อง เดี๋ยวกระเป๋าจะตามเราไปเอง

เข้ามาให้ห้องของเราจะไม่ใช้ห้องในตึกใหญ่แบบปกติ แต่เป็นกระท่อมแยกออกมาส่วนตัว มีห้องน้ำและ ห้องอาบน้ำส่วนตัว (ซึ่งหลายๆเรียวกัง หรือ ถ้าเราไปนอนตึกใหญ่ ก็จะเป็นห้องอาบน้ำรวมแบบญี่ปุ่นทั่วๆไป) ก็มีความเป็นเอกเทศ และ ส่วนตัวดีมากๆ เข้ามาในตัวกระท่อมก็จะมีที่ให้เราเก็บรองเท้า ทางเรียวกังจะมีรองเท้าให้เราใส่เพื่อเดินไปเดินไปในเรียวกัง และ บริเวณใกล้เคียงครับ ซึ่งจะเข้ากับยูกาตะที่ทางเรียวกังก็เตรียมไว้ให้เราด้วยเหตุผลเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีรองเท้าแตะใส่ในห้อง รองเท้าแตะในห้องน้ำ (มีรองเท้าแตะสำหรับทุกที่จริงๆ) เนื่องจากอันนี้เป็นกระท่อมส่วนตัว ก็จะมีความกว้างขวางหน่อยๆ จากที่วางรองเท้าหน้าบ้านมีโถงทางเดิน และ มีห้องสองห้อง ปูด้วยเสื่อ Tatami แบบญี่ปุ่น และห้องที่มีเตียงแบบตะวันตกอีกหนึ่งห้อง (ซึ่งทางเรียวกังให้เราเลือกได้ว่าจะนอนเตียงหรือจะนอกฟูกแบบญี่ปุ่น และแน่นอนเรานอนฟูกอยู่แล้ว) ซึ่งห้องที่มีเตียงเลยกลายเป็นห้องเก็บกระเป๋าไปเลย

Japanese Table
check-in กันในห้องเลย กรอกรายละเอียดและเวลาอาหารที่เราต้องการได้เลย

หลังจากที่เรานั่งรอในห้องสักพักกระบวนการ check-in ก็เกิดขึ้น

Nakai-san from Momijiya Bekkan Kawa no Iori Greeting us
นากะอิซัง ที่คอยดูแลเราตลอดการพักที่นี่

โดยจะมีพนักงานมาต้อนรับและดูแลเราโดยเฉพาะตลอดที่พักอยู่ที่นี้เลยครับ โดยพนักงานมีชื่อตำแหน่งเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “นากะอิซัง” คอยให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง ชงชาต้อนรับ และ นำ Passport เราไปทำการ Check in รวมถึงสอบถามเวลาที่เราต้องการจะทานอาหารเย็น อาหารเช้า และเวลาที่เราจะนั่งรถ Minibus กลับเข้าไปในเมืองพรุ่งนี้ รวมถึงแจ้งเวลา Check out และแนะนำห้องต่างๆ รวมถึงเลือก ว่าจะนอนเตียงหรือนอนฟูกแบบญี่ปุ่น แน่นอนเราจะต้องไปให้สุด ด้วยการนอนฟูกแบบญี่ปุ่น มานอนเรียวกังทั้งที ก็ต้องนอนฟูกแบบญี่ปุ่นสิ 

Green Tea
ชงชาต้อนรับระหว่าง check-in

โดยกระท่อมของเราวันนี้หลังจากทางเดินหน้าบ้าน เดินเข้ามาเราจะเจอกับห้องรับแขกแรก ห้องนี้ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ นอกจากตู้แขวนเสื้อ ตู้เซฟ ชุดน้ำชา โต๊ะและเบาะสำหรับนั่ง

Living Room
ห้องแรกที่เราเดินเข้ามาจากทางเดิน

ห้องที่สองก็เป็นเหมือนห้องรับแขกอีกห้องนึง แต่ห้องนี้จะมีผ้าปูพื้น เครื่องอุ่นพื้นใต้ผ้า ทีวี Heater และขนาดห้องจะใหญ่กว่าห้องแรกอยู่ โดยห้องสองห้องนี้ ถ้าเราเลือกที่จะนอนฟูกเค้าจะห้องนี้กลายเป็นห้องนอนหลังจากมื้อเย็น

Living Room
ห้องที่สอง

ห้องถัดไป เป็นห้องนอนที่มีเตียงแบบตะวันตก ซึ่งเราเลือกที่จะไม่นอนเลยกลายเป็นเหมือนห้องแต่งตัวไป เนื่องจากกระเป๋าเดินทางถูกนำมาไว้ห้องนี้ เนื่องจากห้องนี้ไม่ได้ปูด้วยเสื่อ Tatami 

Toilet
อ่านล้างหน้า มี Shiseido ให้ใช้ด้วยนะ

ส่วนห้องน้ำแบ่งเป็น ห้องน้ำ อ่างล่างหน้า และ ห้องอาบน้ำฝักบัว ก็มีทางออกไปอ่างแช่น้ำร้อนด้านนอกเลยด้วย

Shower Area from a room in Momijiya Bekkan Kawa no Iori
ห้องอาบน้ำฝักบัวอยู่ถัดมา

อ่างแช่น้ำร้อนด้านนอก เราสามารถที่จะเลือกอุณหภูมิของน้ำได้ และ สามารถสัั่งให้ต้มน้ำในอ่างใหม่ ถ้าเรารอจนเย็น หรือ อุ่นน้ำไว้เป็นเวลาสามชม. ก็สามารถทำได้ ตอนที่เราไปเป็นเดิือนธันวาคม ยังไม่ห้าโมงเย็นก็มืดแล้ว แถม อุณหภูมิเหลือแค่ 8-11 องศา แช่น้ำอุ่นๆท่ามกลางอากาศหนาวนี่ฟินสุดๆไปเลย

Outdoor bathtub in Momijiya Bekkan Kawa no Iori
ออกมาด้านนอกเป็นอ่างแช่น้ำร้อน

หลังจากที่เราตกลงรายละเอียดกับนากะอิซังเรียบร้อยแล้ว เราก็เปลี่ยนใส่ชุดยูกาตะที่ทางเรียวกังเตรียมไว้ โดยเราสามารถใส่ออกไปเดินเล่นได้ทั่วเรียวกัน รวมถึง พื้นที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงรอบๆด้วย

River view from Momijiya Bekkan Kawa no Iori
วิวจากเรียวกัง

หลังจากอาบน้ำสบายๆ เปลี่ยนมาใส่ยูกาตะกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปเดินเล่นรอบๆเรียวกัง ชมธรรมชาติทั้งภูเขาและแม่น้ำ ใบไม้สีแดงและเริ่มร่วง และแวะไปดูตึกใหญ่ที่เราจะมาทานอาหารเช้ากันวันต่อไป ตรง Lobby มีมุมสวนหิน และ เตาผิงให้นั่งแก้หนาวกัน

Lobby in Momijiya Bekkan Kawa no Iori
Lobby เตาผิงและสวนหินด้านหลัง

หลังจากนั้นเรากลับมาที่ห้องสักพัก นากะอิซังก็มาเสิร์ฟอาหารเย็นเป็นอาหารแบบ ไคเซกิ 12 คอร์ส มีเมนูชี้แจงเป็นภาษาอังกฤษเรียบร้อยว่าจานไหนเป็นอะไรบ้าง (ตรงนี้ใครแพ้อาหารอะไร หรือ ไม่ทานอะไรเป็นพิเศษแจ้งทางเรียวกังล่วงหน้าได้เลยนะครับ อย่างตอนที่ไปเราก็มีคนไม่ทานเนื้อ ทางเรียวกังก็เปลี่ยนเป็น Seafood ให้) 

Kaiseki in Momijiya Bekkan Kawa no Iori
ไคเซกิมาเสิร์ฟแล้ว

อาหารก็เริ่มตั้งแต่ จานเรียกน้ำย่อย ไล่ไปจนจานหลัง และ จานอาหารหวาน โดยมีเมนูเครื่องดื่มให้สั่ง (และจ่ายเพิ่ม) เป็นคอร์สที่ยาวมากเหมือนกัน นั่งกินเป็นชั่วโมง อิ่มแล้ว อิ่มอีก แต่ อาหารแบบไคเซกิ ถึงจะเสิร์ฟมา portion ไม่ใหญ่ แต่มันก็หลายจานอยู่ อิ่ม!!

หลังจากที่เราเสร็จกับไคเซกิชุดใหญ่แล้ว นากะอิซังก็ถามแล้วว่าเราจะนอนห้องไหน เนื่องจากห้องแรกเราใช้ทานอาหารไปแล้ว เราเลยเลือกที่จะนอนห้องที่สองมีทีวี และ ใหญ่กว่า ทางนากะอิซัง ซึ่งคราวนี้มากันสองคนก็จัดแจงเตรียมฟูกให้เรานอน

ที่นี้ เราจะอาบน้ำอีกรอบ ไปเดินเล่น(ที่รอบๆก็มืดหมดแล้ว) ดูทีวี หรือ จะนอนเลยก็ได้ พรุ่งนี้มีอาหารเช้ารอเราอยู่

Japanese Futon
แปลงสภาพเป็นห้องนอนเรียบร้อย

ตื่นมา อากาศดี วิวสวยมาก เดินชมวิวตอนเช้าๆ ก่อนที่เราจะไปทานอาหารกันที่ตึกใหญ่ 

View from the bridge in the Ryokan Area
วิวแม่น้ำตอนเช้า

ถึงตึกใหญ่ นากะอิซังก็พาเราไปห้องอาหารชั้นสอง มีอาหารเตรียมไว้หมดแล้ว แขกที่ทานก่อนเราก็อยู่ที่นี่กันหมด พอเราไปถึง อาหารก็กำลังร้อนๆ นากะอิซังจุดชาบูกระดาษให้เรา อาหารก็ยังประทับใจเหมือนมื้อเย็น แต่เบากว่าและน้อยกว่า (จะให้กิน 12 คอร์สตอนเช้าหลังจาก 12 คอร์สตอนกลางคืนก็ตายพอดี) หลังจากทานเสร็จ มีเสิร์ฟกาแฟ และชาให้เราด้วย 

Breakfast in Momijiya Bekkan Kawa no Iori
ชุดอาหารเช้า

หลังจากเสร็จทุกอย่างแล้ว เราก็เก็บกระเป๋า เตรียมขึ้นรถ โดยนากะอิิซังจะมาส่งเราถึงรถเลยทีเดียว น่ารักจริงๆ

nakai-san farewell from Momijiya Bekkan Kawa no Iori
นากาอิซังมาส่งถึงรถ

เวลาเรามีน้อยไปหน่อย จริงๆแนะนำว่าถ้าจะขึ้นมานอนที่นี่หรือ เรียวกัง นอกเมืองอาจจะต้องมาสองคืน ขึ้นอยู่กับที่เที่ยวรอบๆอะไรอย่างนี้ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์อีกแบบ ที่น่าจะมาลองกัน เราอาจจะมาลองกันอีกซักครั้ง อาจจะเป็นที่นี่หรืออาจจะที่อื่นๆ ในเมืองออนเซ็น ใครอยากไปลองก็เอาชื่อไป Search ” Momijiya Bekkan Kawa no Iori ” กันได้ตามเว็บจองที่พักชั้นนำทั่วไป หรือลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ (มีภาษาไทยด้วยนะ)

หลายๆคนอาจจะคิดว่าการไปนอนเรียวกังมีราคาค่อนข้างสูง แต่ลองคิดดูว่าค่าใช้จ่ายการไปนอนเรียวกังรวมทั้งอาหารเย็นไคเซกิ 12 คอร์ส และ ชุดอาหารเช้าอีก วัตถุดิบสด และรสชาติดีมาก ทั้งที่พักรวมอาหารสองมื้อถือว่าไม่แพงเลย ถือว่าเป็นการซื้อประสบการณ์ดีๆครั้งนึง ใครอยากอ่านเรื่องที่เราไปเที่ยวที่อื่นๆ สามารถอ่านได้ที่นี่เลย