Unbox พาแกะกล่องรีวิว: OMRON HEM-6232T เครื่องวัดความดันทางข้อมือ

มาแกะกล่องรีวิว OMRON HEM-6232T เครื่องวัดความดันทางข้อมือสุดไฮเทค

แต่ก่อนสำหรับคนปกติทั่วๆไปการมีเครื่องวัดความดันในบ้านดูจะเป็นเรื่องที่เวอร์วังเกินไปนิด ต่อให้เป็นสายสุขภาพก็เถอะ ทั้งขนาดเครื่องการใช้ การวัด ดูเข้าใจยากไปหมด แต่สมัยนี้ เครื่องวัดความดันกลายมาเป็นแบบ Digital กันหมดแล้ว ทำให้การวัด การอ่านค่า รวมถึงขนาด ก็พกพาสะดวกมากขึ้น รวมถึงราคาที่จับต้องได้มากขึ้น วันนี้ Bangkok Minority จะพาไปดูเครื่องวัดความดันทางข้อมือจาก OMRON

OMRON แบรนด์จากญี่ปุ่น ที่เวลาเราไปโรงพยาบาลเห็นเครื่องชั่งน้ำหนัก หรือ เครื่องวัดความดัน ก็จะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว รวมถึงใครเคยศึกษาหรือหาเครื่องวัดความดันมาใช้ที่บ้านก็น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่ นอกจากเครื่องมือเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพแล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆอีก เช่น Sensor, Switch, หรือ ส่วนประกอบที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมอีกไม่น้อย ถือว่าเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับต้นๆในการที่เราจะหาซื้อเครื่องวัดความดันสักเครื่องนึง

ที่นี้เหตุผลที่เรา #BangkokMinority เกิดจะต้องมีเครื่องวัดความดันในบ้านขึ้นมา ก็เป็นเหตุผลธรรมดานี่แหละที่หลายๆบ้านก็อาจจะมีเหตุผลเดียวกันคือ มีผู้ใหญ่ในบ้านที่เป็นโรคเกี่ยวกับความดัน และทางคุณหมอประจำตัว อยากให้วัดความดันทุกวัน เรื่องก็เลยเกิดให้เราต้องมาหาเครื่องวัดความดันไปใช้ที่บ้าน เลยมีหลายๆเหตุผลให้มาลงตัวถอย OMRON HEM-6232T มาประจำไว้ที่บ้านมาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้างพร้อมๆกับแกะกล่องกันไปด้วย

แกะกล่อง!

OMRON HEM-6232T Box
กล่องเหมือนจะใหญ่ แต่จริงๆเล็กมากๆ

มาดูกล่องกันก่อน เปิดกล่องพัสดุออกมาแล้วช็อกเหมือนกัน เล็กมาก! แค่กล่องก็เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะ ตอนแรกคิดว่าจะมาในกล่องที่ใหญ่กว่านี้

แกะออกมา ในกล่องประกอบไปด้วย

Inside OMRON HEM-6232T Box
  • เครื่องวัดความดัน OMRON HEM-6232T
  • กล่องพลาสติก 
  • ถ่าย AAA 2 ก้อน
  • กระดาษคู่มือการใช้ การลงทะเบียนรับประกัน (กระดาษเยอะจริงๆ)
Batteries inside the box
ในกล่องมีถ่านมาให้ด้วย และวิธีการใส่

หน้าตา

ตัวเครื่องหน้าตาทันสมัย มาในสีดำแตกต่างจากเครื่องมือแพทย์ปกติที่จะออกเป็นสีโทนสว่าง อันนี้มาแบบดำๆเท่ๆ แถมน้ำหนักเบา และเล็กมากๆเลย เอาเทียบให้ดูกับ Mouse Logitech MX Master 3 ที่เราพึ่งรีวิวไปก่อนหน้านี้

Comparing with Logitech MX Master 3
เล็กจริงๆ

ตัวเครื่องจะอยู่กับสายรัดข้อมือเลย ไม่ได้มีสายแยกตัวเครื่องกับที่รัดข้อมือเหมือนเครื่องวัดความดันในโรงพยาบาลทั่วไป ตัวเครื่องใช้ถ่าน AAA 2 ก้อน ทำให้ไม่ต้องพกสายชาร์จเพิ่ม มีจอให้ดูข้อมูล ความดัน, Heart Rate, แสดงระดับแนะนำระดับการวัด และแสดงข้อมูลปลีกย่ออีกเล็กน้อย การแสดงผลของหน้าจออาจจะสู้แสงได้ไม่ดีนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับใช้ในร่ม และตัวเครื่องมาพร้อมกับกล่องพลาสติกให้เราเก็บได้อย่างเรียบร้อย และพกพาไปไหนมาไหนสะดวก

OMRON HEM-6232T on a wrist
วัดให้ดูกันไปเลย

จุดเด่น

แน่นอนเลยว่าจุดเด่น นอกจากขนาดที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาสะดวกแล้ว ก็ยังมีอีกไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Intellisense ของ OMRON ที่ช่วยให้การบีบแขนน้อยลง ทำให้การวัดมีความสบายมากขึ้น ตัวเครื่องมีหน่วยความจำสำหรับการวัดถึง 100 ครั้งต่อคน และสามารถรองรับ Profile ได้ถึง 2 คนในเครื่องเดียว เหมาะมากสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุวัดให้คุณตา คุณยาย และบันทึกข้อมูลได้ทั้งสองคน แยกกันชัดเจนในเครื่องเดียว หรือสำหรับใครที่อยู่กับแฟน ก็ใช้กับแฟนสองคนได้เลย เหมาะกับทั้งการดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวใหญ่ และ ดูแลกันในครอบครัวเล็กๆ 

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังสามารถต่อ Bluetooth ได้อีกด้วย โดยเราสามารถไปโหลด Application ของ OMRON ที่ชื่อว่า OMRON Connect ซึ่งเราสามารถเก็บข้อมูลความดันของเราไว้ใน Cloud ของ OMRON ได้เลย หรือถ้าใครมีเครื่องชั่งน้ำหนักของ OMRON ที่สามารถวัดมวลร่างกายได้ ก็สามารถใช้ Application OMRON Connect เก็บข้อมูลสุขภาพของเราไว้ที่เดียวเลย

สำหรับสายออกกำลังกายยังสามารถ Sync ข้อมูลไปที่ Google Fit หรือ Samsung Health เพื่อที่เราจะได้เห็นภาพรวมกับการออกกำลังกายของเราได้อีกด้วย

ราคา

สำหรับตัว OMRON HEM-6232T ทาง Bangkok Minority ซื้อมาที่ประมาณ 3,000 บาท สำหรับคนที่ต้องการแค่เครื่องวัดความดัน อาจจะมีตัวเลือกที่สบายกระเป๋ากว่านี้ (แบบตั้งโต๊ะมีสายประมาณ 2,000 บาท ก็ซื้อได้สบายๆ) แต่การที่จ่ายเพิ่มไป ก็แน่นอนมากับความสะดวกมากขึ้น ทั้งการพกพาที่สะดวก และ การใช้งานที่ง่าย และ สามารถเชื่อมต่อกับ Application ที่ทำให้เราเอาข้อมูลสุขภาพของเราไปต่อยอดได้ ทั้งการเอาไปปรึกษาแพทย์ ปรึกษาเทรนเนอร์ เพื่อจัดการออกกำลังกาย หรือ การซ้อมกีฬาได้อย่างเป็นระบบ ก็ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเก็บข้อมูลที่สะดวกมากขึ้นไปอีก

จากจุดเด่นหลายๆอย่างและราคาที่ไม่โหดร้ายต่อเงินในกระเป๋าจนเกินไป เราเลยได้มาใช้วัดความดันของผู้ใหญ่ในบ้าน ใครที่กำลังหาเครื่องวัดความดันให้ผู้ใหญ่ที่บ้าน หรือ เอามาใช้เองส่วนตัวก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ถ้าใครอยากอ่านของที่ Bangkok Minority แกะมาใช้มารีวิวสามารถดูได้ที่นี่