MX Master 3 on the desk

Unbox พาแกะกล่องรีวิว: Logitech MX Master 3!

มาแกะกล่องรีวิว Logitech MX Master 3 สุดยอด Mouse ทำงานในพ.ศ.นี้!!

สำหรับหลายๆคนที่ทำงานใน Office (หรือที่บ้านในตอนนี้)และมีปัญหาในการใช้ Mouse ปวดข้อมือ เพราะ Mouseเล็กหรือแบนไป หรือ ลำบากเวลาทำงานกับ Spredsheet ใหญ่ๆ ที่ต้องดูทั้งบน-ล่าง-ซ้าย-ขวา และตอนนี้หลายๆคนทำงานกันที่บ้านก็อาจจะเป็นเวลาที่ดี ที่จะอัพเกรต Mouse มาช่วยเราทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มความสามารถในการใช้ Laptop (และปวดข้อมือน้อยลง)

Logitech MX Master 3 in the box
กล่องกระดาษ หรูหรากว่าปกติ

อย่างที่บอกไปเราจะมาแกะกล่อง Logitech MX Master 3! Mouseทำงานตัว Top เบอร์ตองจาก Logitech กัน สำหรับตัวนี้ก็ออกมาตั้งแต่ปลายปี 2019 ความอยากได้ก็มีมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ที่ตัดสินใจซื้อนอกคือ ความเบื่อกับการ Work From Home, ราคา Promotion ที่ลดลงมา และเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เราเลยไม่ได้ไปเดินซื้อมาจากห้างสรรพสินค้า แต่สั่ง Online ส่งถึงบ้านแบบสนับสนุน Social Distancing หรือ Physical Distancing แล้วแต่จะเรียกเลย

แกะกล่อง!

Logitech MX Master 3 and accessories
อุปกรณ์ที่มาในกล่อง

เปิดออกมาในกล่องจะมี

  • Mouse Logitech MX Master 3 (แน่ล่ะ)
  • USB รับสัญญาณ Bluetooth
  • สาย USB-A to USB-C

ถือเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่รอและไม่ได้ซื้อ MX Master 2S เพราะหนึ่งในเหตุผลคืออยากได้ Port USB-C จะได้ไม่ต้องพกสายเยอะ เพราะตอนนี้ Laptop, Smartphone, External Harddrive แม้แต่ Powerbank ก็เป็น USB-C หมดแล้ว (จริงๆเหลือหูฟัง Shure อยู่อันนึงยังเป็น micro-USB อยู่ และยังหาเรื่องเปลี่ยนอยู่ ถ้าได้ใหม่แล้วจะมาแกะกล่องให้ดูกัน)

หน้าตา

Closed up Logitech MX Master 3
Mouse แพงๆ นอกจาก Function จะเยอะแล้ว วัสดุและงานประกอบก็ดูสวยดูแพงเป็นธรรมดา

ภายนอกคือดูดี ดูแพงมาก ไม่ใช่ Mouse ไก่กาอาราเล่แน่ๆ สีที่เราได้มาเป็นสีเทาดำที่ทาง Logitech เรียกว่า “สี Graphite” เป็น Matt Finishing ส่วนปุ่มจะมีความแข็งแต่ส่วนมือจับจะมีความหนืดลักษณะคล้ายยางทำให้ไม่ลื่น ปุ่มทั้งหมดตามที่คู่มือเค้าบอกมาคือมี 7 ปุ่ม ปกติมีกัน 2-3 ปุ่มนี่ล่อไป 7 ปุ่มเบาๆ เดี๋ยวเราจะพาไปดูทีหลังว่า 7 ปุ่มเนี่ยมันทำอะไรได้บ้าง

ถ่ายรูปรวม กับ Mouse ที่บ้าน

ตัว Mouse จากที่เทียบให้ดูกับ Mouse Wireless ที่กองๆอยู่ที่บ้าน (Logitech ทั้งนั้น) จะเห็นได้ว่าขนาดของมันใหญ่ไม่เบาเลย ทั้งกว้างกว่าและสูงกว่า มีการทำมุมทำองศาให้เหมาะแก่การจับอย่างเป็นธรรมชาติที่เราเรียกว่า Ergonomic หรือการออกแบบให้เข้ากับหลักสรีรศาสตร์ ไม่เมื่อยหรือปวดข้อมือเวลาใช้นานๆแต่ก็ไม่ได้ Fully Ergonomics แบบเกือบตั้งฉากกับโต๊ะ อะไรแบบนั้น และด้วยขนาดที่ใหญ่ทำให้ไม่เหมาะกับการพกพาใส่ในซองไปกับ Laptop แน่ๆ แต่ถ้าใครมีเป้ มีกระเป๋าก็ยังพอพกพาไหวอยู่

จุดเด่น

นอกจากความใหญ่, โค้งรับกับมือแบบ Ergonomic, การใช้ USB-C, Sensor 4000 DPI ที่ทำให้การCursor เราขยับได้ละเอียดสุดๆแล้ว การชาร์เต็ม 1 ครั้งก็สามารถใช้ได้ 70 วัน! หรือในเวลาเร่งด่วนชาร์จ 1 นาทีใช้ได้ 3 ชั่วโมง! (พลังของ USB-C!!)

Horizontal Scroll Wheel
โค้งรับกับมือ พร้อมกับ ปุ่มมากมาย

ปุ่มทั้ง 7 ปุ่มนอกจาก 3 ปุ่ม คลิกซ้าย-ขวาและใน Scroll Wheel ที่เรารู้จักกันดี ก็จะมีปุ่มอีก 4 ปุ่มตรงที่เราวางนิ้วโป้งเพิ่มขึ้นมา เป็น

  • Thumb Wheel ที่เราสามารถเลื่อนซ้าย-ขวา เหมือน Scroll Wheel แนวนอน ดู Excel ได้เป็นร้อยๆ Columm หรือ ใครเขียน Code ก็เลื่อนดู Code ที่ยาวๆได้เหมือนกัน หรือเลื่อนดู Timeline ตอนตัดต่อ VDO ปรับขนาดแปรงตอนใช้ Photoshop หรือแค่เข้า Chrome ถ้าเรามีหลาย Tab เอาไว้เปลี่ยน Tab ก็ได้นะสะดวกสุดๆ แถมใช้ได้หลายจุดประสงค์
  • Back & Forward เวลาเข้าเว็บเอาไว้ใช้ Back ใช้ Forward ตอนเข้าเว็บ หรือเอาไว้ undo/ redo ตอนแต่งภาพ ตัดต่อ VDO หรือ ทำงานเอกสารก็ได้
  • Gesture Button ตรงที่วางนิ้วโป้ง ที่เราสามารถกดเพื่อเปลี่ยนหน้าโปรแกรมที่ใช้อยู่ หรือ กดค้างไว้แล้วเลื่อนเปลี่ยน Desktop หรือเปลี่ยนโปรแกรมก็ได้
ที่วางนิ้วก็มีปุ่ม ธรรมดาที่ไหนๆ

ลืมบอกว่า Sroll Wheel ตัวนี้ก็ไม่ใช้ธรรมดานะฟิลลิ่งดีมากกกแถม Logitech เคลมว่าสามารถเลื่อนผ่าน 1,000 บรรทัดใน 1 วินาที แม่นยำขึ้น 87% จาก MX Master 2S (เหมาะกับคนใช้ทำกราฟฟิคหรือ VDO)

Logitech Option Interface (Mouse)
หน้าตา Software เอาไว้ปรับแต่งปุ่มและ Scroll Wheels ต่างๆ

นอกจากนี้ปุ่มทั้งหมดจริงๆเราสามารถตั้งค่าได้อิสระตามที่เราต้องการจะใช้งานผ่าน Software ที่ชื่อว่า Logitech Options เราสามารถตั้งค่าได้ทุกปุ่ม รวมถึงความเร็วของ Cursor Scroll Wheel ต่างๆ นอกจากนี้ยังมี Function สุดล้ำที่เหมาะมากๆกับคนที่อาจจะมีคอมสำหรับทำงานหลายเครื่องหรือใช้คอมหลายเครื่องพร้อมๆกัน นั่นก็คือ Logitech Flow เป็นส่วนหนึ่งใน Logitech Options ที่มีมาตั้งแต่ MX รุ่นก่อนๆแล้ว แค่มีคอมสองเครื่องที่มี Logitech Options เราสามารถเลื่อน Cursor จากคอมตัวนึงไปอีกตัวนึงแบบข้ามจอไปได้เลย เหมือนเป็นคอมตัวเดียว นอกจากนั้นเรายังสามารถ Copy รูป, text, file ต่างๆข้ามเครื่องได้เหมือนเครื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Windows -> Windows, Mac -> Mac หรือ จะ Mac <->Windows ข้ามค่ายไปมาได้ สะดวกมากๆ ข้อจำกัด 2 ข้อ คือต้องเชื่อมต่อ Mouse ทั้งคู่และต้องอยู่ในเครือข่ายเดียวกัน ง่ายๆแค่นั้นเอง

Logitech Option Interface (Pre Defined Settings)
สำหรับโปรแกรมสามัญต่างๆ ก็มี Setting พร้อมใช้มาให้แล้ว แต่จะตั้งเองตามถนัดก็ได้

ราคา

ทำได้เยอะขนาดนี้ หน้าตาการประกอบดูแพงขนาดนี้ อันนี้ก็ไม่ใช่ Mouse ถูกๆแน่อยู่แล้ว เราอาจจะเห็นว่าแพง แต่เทียบกับสิ่งที่ทำได้ หรือ การลดเวลาการทำงานของเรา ลองมาคิดดีๆ อาจจะเป็นราคาที่สมเหตุสมผลก็ได้ สำหรับ MX Master 3 ราคาบนเว็บไซต์อยู่ที่ประมาณ 100 USD บนเว็บ Logitech สำหรับราคาในไทยก็จะอยู่ที่ประมาณ 3,000 กว่าบาท ถ้าใครหาได้ 3,000 ต้นๆ ก็ซื้อได้แล้วล่ะ ถือว่าถูกแล้ว

Closed Up Logitech MX Master 3

ตอนนี้หลายๆคนก็แน่นอนที่จะต้อง Work from Home ทำงานที่บ้านกัน หรือ หลายๆคนที่ยังเข้า Office อยู่ ทำงาน Flexible Hours ต่างๆ การมี Mouse ดีๆสักอันนึงสามารถช่วยให้คุณๆ ทำงานอย่างมีความสุขขึ้น ทำงานได้เร็ว และสบายขึ้น ก็ขอให้ทุกๆคนผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน และ Work from Home อย่างมีความสุข ส่วนใครอยู่ว่างๆอยากอ่านของที่ Bangkok Minority แกะกล่องมาใช้ อ่านได้ที่นี่เลย!